นิสัย แบบนี้สิ ที่ทำให้ “แฟนหลงรัก” จนหมดใจ อยากมี ความรัก ที่ดีต้องลองทำดู

นิสัย แบบนี้สิ ที่ทำให้ “แฟนหลงรัก” จนหมดใจ อยากมี ความรัก ที่ดีต้องลองทำดู

สาวๆเคยสงสัยกันไหม? ว่า นิสัย ของผู้หญิงแบบไหนที่จะมีเสน่ห์มากพอที่จะทำให้ แฟนหลงรัก จนหมดหัวใจ หากคุณเป็นคนที่อยากมี ความรัก ที่ดี วันนี้เรามีคำตอบ จะมีอะไรบ้างนั้นเราไปอ่านพร้อมๆกันได้เลย

นิสัย ที่ทำให้ แฟนหลงรัก

ผู้หญิงที่ชอบโมโหหรือขึ้นเสียงเวลาที่ผู้ชายทำอะไรไม่ดีหรือทำอะไรผิดพลาด เป็น นิสัย มักจะทำให้ผู้ชายรู้สึกรักมากยิ่งขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นต้องเป็นการโมโหเพื่อเตือนสติและให้เขาปรับปรุงตัว ไม่ใช่การโมโหเพื่อตำหนิให้เขารู้สึกแย่กว่าเดิม

นิสัย ที่ทำให้ แฟนหลงรัก

ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆเขาในวันที่แย่ที่สุดนั้นมักจะทำให้ แฟนหลงรัก มากยิ่งขึ้น อย่างน้อยเขาก็มั่นใจได้ว่าต่อให้เขาต้องเจออะไรที่เลวร้ายที่สุด คุณก็จะไม่ทิ้งเขาไปไหนแบบนี้ ความรัก ของคุณก็จะมั่นคงอยู่เสมอความรัก แฟนหลงรัก
ผู้หญิงที่ไม่โกหกหรือปิดบังเรื่องอะไรก็ตาม ต่อให้มันจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเล็กแค่ไหนก็บอกหมด ไม่เสแสร้งหรือหลอกลวง

นิสัย ที่ทำให้ แฟนหลงรัก

ผู้หญิงที่ไม่ทำให้เขาต้องรู้สึกระแวงหรือต้องคอยหึงหวงเวลาที่ไม่ได้อยู่ใกล้กัน เป็น นิสัย ที่มักจะทำให้ แฟนหลงรัก มากยิ่งขึ้น เพราะเขาไม่ต้องมาคอยกังวลหรือคิดมากเรื่องคุณเลย

แฟนหลงรัก

ผู้หญิงที่คอยบอกรักหรือบอกคิดถึงเขาทุกวัน เพื่อเป็นการแสดงออกให้เขารู้ว่าคุณรักเขามากนะ เวลาเขาได้ฟังเขาจะรู้สึกได้รับ ความรัก จากคุณ นิสัย แบบนี้มักจะทำให้ แฟนหลงรัก คุณมากยิ่งขึ้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

นิสัย ที่ดี

ผู้หญิงที่ยอมสละเวลาให้กับเขา แม้ว่าจะกำลังยุ่งอยู่ก็ตาม อย่างน้อยก็แบ่งเวลาให้คนที่รัก ไม่ใช่คอยอ้างว่ายุ่งอยู่ตลอดเวลา รับรองว่า นิสัย แบบนี้ แฟนหลงรัก แบบโงหัวไม่ขึ้นอย่างแน่นอน

ความรัก

ผู้หญิงที่มักคอยเป็นห่วง เวลาไปที่ไหนหรือทำอะไร มักจะคอยเช็คและอัพเดทอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าบางครั้งจะดูจู้จี้จุกจิกสำหรับเขา แต่เชื่อเถอะว่าวันไหนที่คุณไม่ได้ทำแบบนี้กับเขา เขาจะต้องกลับมาคิดถึงสิ่งที่คุณทำให้เขาแบบนี้แน่นอน

ใครที่อยากให้แฟนหลงรักคุณมากกว่าเดิม ก็ลองเอาไปทำตามได้นะ และเช่นเคย ก่อนจากกันไป ผมก็มีบทความดีๆมาฝากเพื่อนๆอีกแล้วครับ ^^

——————————————

“ความรัก” กับ “ธรรมะ” เป็นเรื่องที่ควรคู่กัน เป็นสิ่งที่คู่รักควรหยิบยื่นให้กัน เพราะ ชีวิตคู่จะไปกันได้ดี ก็ต้องอาศัยข้อธรรมเป็นปัจจัยหลักนี่แหละ ฉะนั้นคำว่า รักใครให้ธรรมะ จึงเป็นคำที่คู่รักทุกคู่ ควรคำนึงถึงอยู่เสมอ เพื่อความราบรื่นในชีวิตคู่ตลอดไปนั่นเอง… ว่าแต่คู่รักควรหยิบยื่นหลักธรรมข้อใดให้แก่กันบ้าง?

รักใครให้ธรรมะ ข้อธรรมสำหรับคนครองคู่
1. ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์
ก่อนอื่นเลย ต้องเข้าใจคำว่า “ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์” เสียก่อน ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ได้ตรัสไว้ว่า…
“ปิยโต ชายเต โสโก” – ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีแต่ความเศร้าโศก
“ปิเยหิ วิปฺปโยโค ทุกฺโข” – ความพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งปวง ย่อมเป็นทุกข์
เมื่อเข้าใจโลกไปตามความจริงดังนี้แล้ว จะทำให้เราไม่ยึดมั่น ถือมั่นกับความรักจนเกินไป เมื่อต้องพลัดพราก ต้องลาจาก หรือต้องเลิกกันไป ก็จะได้เข้าใจความเป็นธรรมดาของความรัก รู้จักปล่อยวาง ทำให้ไม่เสียสติ ไม่เครียดจนเกินไป และไม่เป็นโรคซึมเศร้า เหมือนที่ออกข่าวอยู่ทุกวันนี้นั่นเอง
2. ความรัก ต้องมี พรหมวิหาร 4
พรหมวิหาร 4 ควรมีอยู่ประจำใจของคู่รักทุกคน เพราะ พรหมวิหาร 4 เป็นหลักธรรมสำคัญที่สุด ที่จะทำให้ความรักราบรื่น สดใส ไม่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกัน และรู้จักให้อภัยกันและกัน
โดยพรหมวิหาร 4 ประกอบไปด้วย…
  • เมตตา – แปลว่า ความรัก หมายถึงความรักที่มุ่งเพื่อปรารถนาดี โดยให้เราระลึกอยู่เสมอว่า เราจะจะไม่สร้างความสะเทือนใจ ความลำบากกาย ให้เกิดขึ้นแก่คนที่เรารัก ถ้ามีความทุกข์เกิดขึ้น เราจะมีทุกข์เสมอด้วยเขา ถ้าเขามีสุข เราจะสบายใจด้วยกับเขานั่นเอง
  • กรุณา – แปลว่า ความสงสาร มุ่งหน้าให้คนที่เรารัก หมดทุกข์ตามกำลังกาย กำลังปัญญา กำลังทรัพย์เท่าที่เราจะทำให้แก่กันและกันได้
  • มุทิตา – แปลว่า มีจิตอ่อนโยน มีอารมณ์แจ่มใสตลอดเวลา เห็นแฟน/ภรรยา/สามี ได้ดีก็ผ่องใส ชื่นอกชื่นใจ เหมือนเราก็ได้ไปด้วย
  • อุเบกขา – แปลว่าความวางเฉย ความวางเฉยในพรหมวิหารนี้ หมายถึงเฉยโดยธรรม คือทรงความยุติธรรมไม่ลำเอียงไปเข้าข้างคนที่เรารัก (ถ้าเขาทำผิด) พร้อมกันนั้นก็มีอารมณ์ประกอบด้วยความเมตตาปรานี พร้อมที่จะสงเคราะห์ หรือสอนสั่งไปในทางที่ดีขึ้นได้
3. รักอย่างมี “สติ”
รักใครให้ธรรมะ ให้จำไว้เสมอว่า เราไม่สามารถบังคับคนอื่น ให้เป็นดั่งที่ใจเราต้องการได้ตลอด ให้ดูง่าย ๆ แม้กระทั่งร่างกายเราเอง ยังไม่สามารถบังคับ ไม่ให้หิว ไม่ให้เจ็บป่วยได้เลย ฉะนั้น ก็จงอย่าไปบังคับคนที่เรารักจนเกินไป เพราะ ไม่มีใคร เป็นอะไร ของใครจริง ๆ
คู่รักที่ดีต้องรู้จักเปิดใจ ยอมรับ ให้โอกาส ให้เกียรติ ให้อิสระกันและกัน หากเราจะแนะนำอะไร ก็ให้ทำด้วยความรักความเมตตา ความปรารถนาดี
“วิสัยโลกจะต้องมีความรัก แต่ให้มีสติควบคุมใจ มิให้ความรักมีอำนาจเหนือสติ”
คำสอนสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
4. ฆราวาสธรรม 4
รักใครให้ธรรมะ
ในพระพุทธศาสนา ก็ได้สอนเรื่องข้อธรรมสำหรับผู้ครองเรือนด้วยเช่นกัน โดยเรียกว่า “ฆราวาสธรรม 4” อันได้แก่…
  1. สัจจะ คือ ความซื่อสัตย์ หมายถึง การดำรงมั่นในสัจจะ การมีความจริง ความซื่อตรง ซื่อสัตย์ จริงใจ พูดจริง ทำจริง ย่อมเป็นเหตุให้เป็นคนที่ไว้ใจได้
  2. ทมะ คือ การฝึกตน การรู้จักฝึกฝนตนเอง ฝึกหัดดัดนิสัย แก้ไขข้อบกพร่อง ปรับปรุงตนให้เจริญก้าวหน้าด้วยสติปัญญา ย่อมเป็นเหตุให้อยู่กันด้วยความราบรื่น
  3. ขันติ คือ ความอดทน มุ่งหน้าประกอบหน้าที่การงานด้วยความขยันหมั่นเพียร ย่อมเป็นเหตุให้ปฏิบัติหน้าที่ของตนได้ผลดี
  4. จาคะ คือ ความเสียสละ การมีน้ำใจไม่หวงแหนของกินของใช้ต่าง ๆ ย่อมเป็นเหตุให้มีใจกว้าง ไม่คับแคบเห็นแก่ตัว
5. ศีลเสมอกัน
รักใครให้ธรรมะ “ศีลเสมอกัน ถึงอยู่ด้วยกันได้” ประโยคยอดฮิต ที่หลาย ๆ คนคงคุ้นหูกัน นั่นก็เพราะ ศีลนี่แหละที่ทำให้ครองคู่กันอย่างยั่งยืน สมหวังในรักมั่นคง
โดยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงตรัสไว้ว่า “…..ดูก่อนคฤหบดีและคฤหปตานีถ้าภรรยาและสามีทั้งสองหวังจะพบกันและกัน ทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ (ชาติหน้า) ไซร้
ทั้งสองคนนั้นแลพึงเป็นผู้มี…
มีศรัทธาเสมอกัน (to be matched in faith)
มีศีลเสมอกัน (to be matched in moral)
มีจาคะเสมอกัน (to be matched in generosity)
มีปัญญาเสมอกัน (to be matched in wisdom)

ที่มา beautythai.com

 

บทความอื่นๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *